ต้องซาวข้าวก่อนหุงไหม? ผู้เชี่ยวชาญเตือน 4 ความผิดพลาด สะสมสารก่อมะเร็งไม่รู้ตัว!

ต้องซาวข้าวก่อนหุงไหม? ผู้เชี่ยวชาญเตือน 4 ความผิดพลาด สะสมสารก่อมะเร็งไม่รู้ตัว!

ต้องซาวข้าวก่อนหุงไหม? ผู้เชี่ยวชาญเตือน 4 ความผิดพลาด สะสมสารก่อมะเร็งไม่รู้ตัว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ต้องซาวข้าวก่อนหุงไหม? ผู้เชี่ยวชาญเตือน 4 ความผิดพลาด "ซาวข้าว" แบบผิดๆ เสี่ยงสะสมสารก่อมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

การหุงข้าวดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายที่ทำกันทุกวัน แต่เชื่อไหมครับว่ายังมีข้อถกเถียงและพฤติกรรมที่ทำต่อๆ กันมาซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคำถามที่ว่า "เราควรซาวข้าวก่อนหุงจริงหรือ?"

สรุปชัด: สรุปแล้วต้องซาวข้าวหรือไม่?

คำตอบคือ "ต้องซาวครับ" แต่ไม่ใช่เพียงเพื่อล้างฝุ่นดินออกเท่านั้น งานวิจัยจาก Evangeline Mantzioris (University of South Australia) เผยว่าข้าวสารในปัจจุบันต้องเผชิญกับศัตรูเงียบ 2 ชนิด คือ ไมโครพลาสติก (จากบรรจุภัณฑ์) และ สารหนู (Arsenic) ซึ่งเป็นโลหะหนักก่อมะเร็งที่สะสมในต้นข้าว

การซาวข้าวอย่างถูกวิธีช่วยกำจัดไมโครพลาสติกได้ถึง 20-40% และล้างสารหนูที่ร่างกายดูดซึมง่ายออกได้ถึง 90% หากไม่ซาวข้าวเลย เท่ากับเรากำลังเติมสารพิษเข้าร่างกายทีละน้อยในทุกๆ วัน

4 ความผิดพลาดในการซาวข้าว ที่อาจกลายเป็น "ยาพิษ" ในจานข้าว

หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่ ควรปรับเปลี่ยนโดยด่วน:

1. ใช้หม้อชั้นในของหม้อหุงข้าวซาวข้าวโดยตรง

ความสะดวกที่มาพร้อมอันตราย! รองศาสตราจารย์ Leung Ka-sing เตือนว่า เมล็ดข้าวที่แข็งจะเสียดสีกับสารเคลือบกันติด (Non-stick) จนเกิดรอยขีดข่วน ทำให้สารเทฟลอนหลุดปนเปื้อน และเมื่อโลหะใต้ชั้นเคลือบสัมผัสอากาศจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สร้างสาร PFOA สารชนิดนี้ก่อมะเร็งและตกค้างในร่างกายได้นานถึง 3 ปี ส่งผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์ ระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ผู้หญิงเข้าสู่วัยทองเร็วขึ้น นอกจากนี้การซาวในหม้ออาจล้างได้ไม่สะอาดพอ และเสี่ยงต่อการที่ก้นหม้อเปียกจนทำให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจร

2. แช่ข้าวทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องหรือข้ามคืน

หลายคนแช่ข้าวเพื่อให้ข้าวนุ่มหรือสุกเร็ว แต่ในสภาพอากาศร้อนชื้น หากอุณหภูมิสูงกว่า 12 องศาเซลเซียส ข้าวที่แช่น้ำจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของ กรดบงเครคิก (Bongkrekic Acid) ซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรงที่โจมตีตับและไตโดยตรง และที่สำคัญคือ ความร้อนจากการหุงข้าวไม่สามารถทำลายพิษชนิดนี้ได้

  • วิธีที่ถูก: หากต้องการให้ข้าวนุ่ม ให้ซาวข้าวแล้วใส่ชามน้ำแช่ไว้ใน ตู้เย็น ประมาณ 30 นาทีแทน

3. ซาวข้าวหลายรอบจนน้ำใสแจ๋ว

การรักษาความสะอาดเป็นเรื่องดี แต่การซาวข้าวแรงๆ จนน้ำใสถือเป็นความผิดพลาดทางโภชนาการ น้ำสีขาวขุ่นที่ล้างออกไปนั้นคือแหล่งรวมของ วิตามินบี (B1, B2, B6) และแร่ธาตุสำคัญ การซาวจนใสจะเหลือเพียงแป้งล้วนๆ การขาดวิตามิน B1 เรื้อรังจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและส่งผลต่อระบบประสาท

  • วิธีที่ถูก: ควรคนเบาๆ และซาวเพียง 1-2 ครั้ง เพื่อล้างฝุ่นและไมโครพลาสติกออกก็เพียงพอแล้ว

4. เสียดายข้าวที่ขึ้นมอดหรือมีสีเหลือง

การนำข้าวที่มีมอดหรือเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองมาซาวซ้ำๆ เพราะคิดว่าความร้อนจะฆ่าเชื้อได้ คือความเข้าใจที่ผิดร้ายแรง ข้าวสีเหลืองคือสัญญาณของเชื้อรา Aspergillus flavus ซึ่งสร้างสาร อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) สารก่อมะเร็งตับกลุ่มที่ 1 ซึ่งจะถูกทำลายได้ต้องใช้ความร้อนสูงกว่า 280 องศาเซลเซียสเท่านั้น การหุงข้าวปกติจึงไม่ช่วยอะไรเลย

ท้ายที่สุด การทำอาหารให้คนในครอบครัว "ความใส่ใจ" สำคัญพอๆ กับ "ความรู้ที่ถูกต้อง" ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซาวข้าวตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ข้าวทุกจานคือสารอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล